IN THE PRESS

Date : 11 April 2012

 

 

บทสุดท้ายเริ่มที่ AEC 

โดย

นายพรศิลป์  พัชรินทร์ตนะกุล


 

 

 

 

 


                EBAs ย่อมาจาก Everything But Arms ซึ่งมีความหมายว่าประเทศพัฒนาน้อยที่สุดซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 48 ประเทศและส่วนใหญ่เป็นประเทศในทวีปอัฟริกา เช่น ทานซาเนีย เซเนกัลและในทวีปอื่น เช่น โคลัมเบีย เนปาล บังคลาเทศ แต่ที่น่าสนใจที่สุดในขณะนี้คือในกลุ่มประเทศอาเซียนสามประเทศซึ่งประกอบด้วยกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ (พม่า) จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ ในการส่งสินค้าทุกชนิดเข้าไปยังกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป นอกจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีนำเข้าดังกล่าวแล้ว ข้อจำกัดด้านจำนวนนำเข้าหรือโควตานำเข้าก็ยังไม่มีอีกด้วย ยกเว้นข้าว น้ำตาลและกล้วยในบางช่วงเวลาที่กำหนดไว้ การให้สิทธิพิเศษนี้เริ่มตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2001 เป็นต้นไปโดยยังไม่มีเวลาสิ้นสุด ผมเข้าใจว่าสิทธิพิเศษทางภาษีที่กล่าวนี้เป็นสาเหตุหลักที่เป็นพลังขับเคลื่อนให้มีการลงทุนในประเทศเหล่านี้และจะมีเพิ่มขึ้นเมื่อบรรยากาศทางการเมืองในพม่าดีขึ้น ข่าวล่าสุดคือประเทศในสหภาพยุโรปและสหรัฐเตรียมที่จะยกเลิกการคว่ำบาท (Sanction) แก่ประเทศพม่าหลังการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมพม่าจึงเป็นประเทศเนื้อหอม องค์กรธุรกิจทั้งไทยและหลายประเทศได้เดินทางไปเยือนเพื่อศึกษาหาลู่ทางทำการค้าและลงทุน ในอีกไม่เกินห้าปีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเช่นถนน รถไฟ สนามบินและตึกระฟ้าก็จะเกิดขึ้นพร้อมๆกับการย้ายฐานการผลิตสินค้าที่เหมาะกับแรงงานจำนวนมากและค่าจ้างที่ยังต่ำ ภายในอีก 5 ปีจากนี้ไปประเทศพม่าก็จะส่งออกสินค้าเหมือนที่ไทยเคยผลิตไปยังกลุ่มประเทศลูกค้าเดียวกับไทยแต่จะแข่งขันได้ดีกว่าเพราะสิทธิของ EBAs ดังกล่าว ค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น 300 บาทต่อวันไม่ใช่ปัญหาหลักในการกดดันให้เกิดการย้ายฐานการผลิตจากไทย แต่เป็นแรงกดดันเพิ่มที่ให้มีการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตเร็วขึ้น ห้าปีข้างหน้าจึงเป็นห้าปีอันตรายที่ผู้บริหารประเทศไทยจะต้องกล้าตัดสินใจดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะกำหนดยุทธศาสตร์รายสินค้า บริการและการลงทุนอย่างไร การรอให้ปัญหาถึงขั้นวิกฤติแล้วจึงแก้ไขดังเช่นที่ผ่านมานั้น จะต้องไม่เกิดขึ้นอีกเพราะนักลงทุนไทยจะต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดและผลกำไร ภาระจึงตกแก่ผู้บริหารประเทศที่จะต้องแสดงความสามารถ แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็นว่าจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แม้กระทั่งความหมายแท้จริงของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ก็ยังไม่เข้าใจ เช่นรัฐมนตรีบางท่านก็ยังพูดซ้ำซากว่าการเคลื่อนย้ายแรงงานจะเสรีในปี 2015 เป็นต้น นักการเมืองจะต้องเร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงในอาเซียน เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาแทนที่จะเน้นกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าสู่อำนาจเช่นการแก้รัฐธรรมนูญ นักการเมืองคงเข้าใจว่าพวกตนต้องได้อำนาจมาก่อนแล้วการดำเนินการที่เหลือจึงจะง่ายขึ้น  ผมไม่คิดอย่างนั้นเพราะในปัจจุบันนี้หลายส่วนของอธิปไตยของประเทศถูกกำหนดอยู่ในหลายบทของข้อตกลงการค้า และยังมีหลายท่านกังวลว่าสัญญาการค้าเสรีมีผลให้อธิปไตยของไทยลดลง จะเป็นจริงหรือไม่นั้นผมคงไม่อยากตอบทันที แต่ผมแนะนำให้ศึกษาว่าอำนาจอธิปไตยจะลดลงเท่าไหร่หากไม่มีข้อตกลงฯ และขอให้ศึกษาตัวอย่างของไต้หวันว่าได้รับผลกระทบเพียงใดหลังจาก หลุด ออกจากวงจร ในขณะนี้เนื่องจากมีจีนเข้าไปแทนที่ตำแหน่งในสหประชาชาติในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา วันนี้ต้องถามว่า ไต้หวัน เธอยังสบายดีอยู่หรือ?

                ปลายเดือนที่ผ่านมาผมได้ไปร่วมการประชุมระดับอาเซียนและสหภาพยุโรปครั้งที่สองที่เรียกว่า ASEAN-EU Business Summit ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา ซึ่งเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีพาณิชย์ของประเทศอาเซียนและอียูเป็นเวลาสองวัน สหภาพยุโรปมีความมุ่งมั่นที่จะเข้ามามีบทบาทในกลุ่มประเทศ ASEAN ด้วยเหตุผลสองประการคือ 1. ASEAN เป็นกลุ่มที่จะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเชื่อมโยงด้วยข้อตกลงการค้ากับอีกหกประเทศ คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และ 2. สหภาพยุโรปไม่ต้องการให้สหรัฐมีอิทธิพลเหนือตนในพื้นที่เหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐกำลังเจรจากับกลุ่มประเทศในอาเซียนเพื่อเข้าสู่ข้อตกลงที่เรียกว่า Trans-Pacific Strategic Partnership (TPP) เช่นสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย เวียดนามและจะตามมาด้วยญี่ปุ่น จีน เป็นต้น ข้อแนะนำทั่วไป (General Recommendations) จากการประชุมมีหกข้อคือ 1. เดินหน้าเจรจาข้อตกลงในกรอบ ASEAN-EU กับสิงคโปร์และมาเลเซียให้เสร็จโดยเร็วเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของASEAN-EU Free Trade Agreement ต่อไป  2. ให้มีการปรับกฎระเบียบของประเทศต่างๆในอาเซียนให้ตรงกันเพื่อให้เกิดความสะดวกในการค้าและการลงทุนในปี 2015  3. ให้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างภาคธุรกิจของกลุ่มประเทศใน ASEAN และ EU อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ และการสนับสนุนการรวมตัวของ ASEAN ต่อไป 4. ให้มีความร่วมมือระหว่าง EU และ ASEAN ในการส่งเสริมความร่วมมือในด้านกฎระเบียบและเทคนิคเพื่อขจัดปัญหาการกีดกันการค้าต่อกัน 5. กลุ่มประเทศ EU และ ASEAN ต้องปรับปรุงให้มีความสะดวกในการทำการค้าและการลงทุนภายใต้โครงการ EU-ASEAN Trade and Investment Work Programs และ 6. EU จะให้ความช่วยเหลือในด้านการสร้างความเข้าใจในกฎระเบียบการดำเนินธุรกิจของ EU เพื่อให้ธุรกิจของ ASEAN สามารถเข้าถึงตลาด EUได้ง่ายขึ้น เรื่องเหล่านี้จะต้องมีการติดตามผลในการประชุมในปีหน้าที่ประเทศบรูไน

               ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์ให้พวกเราทราบว่าความเป็น AEC นั้นไม่ใช่ครอบคลุม พื้นที่แค่สิบประเทศที่มีประชากร 600 ล้านคนหรือมีรายได้ประชาชาติรวมกัน 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นอันดับ 9 ของโลกเท่านั้น แต่ต้องการให้ทราบว่าการเดินทางไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาที่มั่นคง ยั่งยืนและมีความสุขนั้นพวกเราต้องเตรียมตัวดังนี้ 1. ต้องเข้าใจและรับทราบว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าไปสู่วงจรการรวมตัวกับกลุ่มประเทศต่างๆ อย่างเป็นระบบแล้ว นักธุรกิจ ภาคประชาชนหรือเอ็นจีโอ ราชการและนักการเมืองต้องรีบศึกษาเรื่อง AEC อย่างถ่องแท้  2. ปรับปรุงความรู้ภาษาอังกฤษให้ใช้งานได้ หากเพิ่มภาษาในอาเซียน เช่น เวียดนาม หรือ บาฮาซาได้อีกหนึ่งภาษาก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้น 3. การแข่งขันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายแต่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาในทุกด้าน การแข่งขันในกรอบที่ได้ตกลงกันจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับการแข่งขันที่ไม่มีกรอบหรือเปรียบได้กับการต่อยมวยสากลกับมวยวัด ความสามารถในเชิงการแข่งขันจะต้องเกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคมไทย  4. กรอบการค้าเสรีไม่ได้กำหนดให้ผู้บริโภคต้องดำเนินการอย่างไร ดังนั้นผมเสนอว่าต้องสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศให้แกร่งโดยผ่านการบริโภคของคนในประเทศ การให้ความรู้ในการบริโภคอย่างยั่งยืน มีสติ ตามกำลังทรัพย์ ปลอดภัยจากโรค และตามมาตรฐานต้องเกิดขึ้นกับคนไทยทุกคน

               AEC เป็นเพียงบททดลองที่หนึ่งเท่านั้น

 

หมายเหตุ: บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360° คอลัมน์: กูรูวิชั่นส์ เดือนเมษายน 





 

 

Bookmark and Share
 
Unsubscribe from Newsletter
Email
   
พลังหนุนเอสเอ็มอี (2)
พลังหนุนเอสเอ็มอี (1)
บทบาทใหม่อีเรีย (1)
7 เดือน 7 เรื่อง(1)
7 เดือน 7 เรื่อง(2)
Thai Rising?
ASEAN Rising
OECD ของอาเซียน (2)
OECD ของอาเซียน (1)
เคมีภัณฑ์ (2)
เคมีภัณฑ์ (1)
ราคายางตก ยางออก (2)
ราคายางตก ยางออก (1)
การเเข่งขันอุตฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า
10 ห่วง จีเอ็มเอส
อย่าคิดแค่
อาเซียนในเอเปก
2558 แล้วไงต่อ
ความร่วมมือที่ยังท้าทาย
ขีดแข่งขันอัญมณีไทย 2
ขีดแข่งขันอัญมณีไทย
ลุ้นประโยชน์ AIIB
การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
การแข่งขันในอุตสาหกรรมยายนต์ 2
การแข่งขันในอุตสาหกรรมยายนต์ 1
ความมั่งคงด้านอาหาร
เสถียรภาพ - การแข่งขันในตลาดโลก
ความชอบธรรมของรัฐบาล
ท่องเที่ยวมีจุดขาย
ท่องเที่ยวมีราคา
คุณภาพ-แทรกเเซง
อาเซียนบนมาตรฐานโลก
GMS กับ ASEAN Connectivity
โอกาสทองที่จีเอ็มเอส
บันเทิง- บันได-บรรลุ
ถักทอเส้นฝ้ายไหมงามสู่เออีซี
เรื่องที่รัฐลืมมอง
เปิดเสรีไม่ใช่ขายชาติ
เมื่อตะวันตกมองอาเซียน (จบ)
เมื่อตะวันตกมองอาเซียน(1)
หนุนภาครัฐเจรจาการค้าเน้นคลุมทุกมิติ
ก้าวใหญ่กว่า AEC ก้าวสู่ RCEP (จบ)
ก้าวใหญ่กว่า AEC ก้าวสู่ RCEP (1)
ึความเร็วสูงระยะยาว (จบ)
ความเร็วสูง.......ระยะยาว
"ซิงเกิล วินโดว์" โอกาสของธุรกิจส่งออก
โลจิสติกส์กับโอกาส
เสรีอย่างไร?
เปิดเสรีสาธารณสุขเป็นอย่างไร
เปิดเสรี
เอเปคกับเส้นทางสู่ Free Trade Area of the Asia-Pacific (FTAAP)
Thriving in the Age of Paradox
The Germination of Asian Financial Security
รอวิกฤติก่อน
บทสุดท้ายเริ่มที่ AEC
ใหญ่เล็กไม่สำคัญ
ประเทศไทยขาดอาหาร
AEC เริ่มต้นเมื่อวานนี้
สงครามโลกครั้งที่ 4
เขตการค้าเสรีเอเปก....ไทยยืนอยูที่ไหน
โลจิสติกส์ไทยในอาเซียน
มองข้ามชอต....หลังโดฮา
ถ้าการเจรจาโดฮาจบลงได้ไทยจะได้อะไร
"โดฮา" เมื่อไรจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ราคาย
อย่าคิดแค่ "อยู่ตรงกลา
Introducing help Video
'Live' on YouTube
          Facebook     YouTube     flickr