IN THE PRESS

Date : 4 January 2011
 
มองข้ามชอต....หลังโดฮา
 โดย
 อภิรดี ตันตราภรณ์
 
ประธานบริหารสถาบันนานาชาติเอเชียแปซิฟิกศึกษา
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
 
 
 
            ก่อนปิดปีใหม่ได้คุยกับท่านผู้อ่านไว้ว่า การเจรจารอบโดฮาจะจบลงในปี 2554 ตามที่ผู้นำหลายประเทศรวมทั้งไทยได้ตั้งเป้าไว้ในการประชุมเอเปกหรือไม่ หลังจากนั้นผู้เขียนก็ได้ไปร่วมการเสวนาที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศร่วมกับศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2553 การเสวนาครั้งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศเข้าร่วมหลายท่าน ในวันนี้ขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่กับท่านผู้อ่าน พร้อมกับขอนำมุมมองของท่านเหล่านั้นมาเล่าสู่กันฟัง
 
            ผู้ร่วมเสวนามีความเห็นค่อนข้างตรงกันว่า การเจรจารอบโดฮาถึงเวลาสมควรที่จะจบลงได้แล้ว พราะการจบหรือไม่จบขณะนี้มีความเกี่ยวพันไปถึงความเชื่อมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคีและองค์กร WTO โดยตรง เพราะไม่ว่าจะอย่างไร WTO ก็ยังคงเป็นกฏกติกาการค้าระหว่างประเทศเพียงฉบับเดียวในขณะนี้ และเป็นความตกลงที่มีข้อบทในการระงับข้อพิพาททางการค้าที่ได้ผลพอสมควร ประเทศไม่ว่าจะเล็กใหญ่ ก็ยังคงยึดถือปฏิบัติตามคำตัดสิน หากระบบนี้ล่มสลายไป ก็อาจทำให้ระบบการค้าระหว่างประเทศกลับไปสู่ระบบ "อำนาจเป็นธรรม" ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะธำรงสถาบันนี้ไว้ โดยเฉพาะสำหรับประเทศกำลังพัฒนา และประเทศขนาดเล็ก
 
            เมื่อมองถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ผู้อภิปรายต่างมีมุมมองที่น่าสนใจหลากหลายประเด็น ประการแรกคือ การเจรจา WTO ใช้เวลานานเกินไป ประเทศสมาชิกจึงหันไปให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญกับการเจรจา FTA มากกว่า และไม่ว่าการเจรจานี้จะสำเร็จหรือไม่ กระแสการแช่งขันในตลาดโลกจะยังคงรุนแรง สำหรับไทยเอง ในช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีการเจรจา FTA กับหลายประเทศและมีการลดภาษีเป็นศูนย์ หรือใกล้ศูนย์ไปมากแล้ว ในขณะที่การเจรจาใน WTO ไม่ได้ลดภาษีเป็นศูนย์ ดังนั้นความสำเร็จในการเจรจารอบโดฮาจึงแทบจะไม่สงผลต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทย หรือหากมีผลก็น้อยมาก
 
            อย่างไรก็ดี ข้อดีของการลดภาษีใน WTO คือไม่ต้องยุ่งยากในเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า ในขณะที่ FTA ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามกฏว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าตามที่ตกลงกันระหว่างคู่สัญญา จึงจะได้รับสิทธิการลดภาษี ซึ่งสำหรับบาง FTA แล้วกฏว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้ากลับกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงที่อุตส่าห์เจรจากันมาได้
 
            สิ่งที่ภาคเอกชนกังวลขณะนี้ก็คือมาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งปัจจุบันมีมาตรการที่กำหนดโดยภาคเอกชนผู้นำเข้า เพื่อสนองตอบต่อแรงกดดันของกลุ่มผู้บริโภค ผู้ผลิต และภาคประชาสังคมในประเทศ ที่สำคัญคือ มาตรฐานเอกชนนั้นมักจะกำหนดสูงกว่ามาตรฐานของรัฐและมาตรฐานระหว่างประเทศซึ่ง WTO ใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิง และก็ไม่สามารถคาดหวังได้ว่ารัฐหรือ WTO จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้
 
             อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจมากขึ้นก็คือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าหลายคนอาจเคยมองว่าไม่เกี่ยวกับการค้า แต่ขณะนี้กลับไม่สามารถปฏิเสธได้ ภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมหรือภาคการเกษตรจะต้องได้รับผลกระทบจากการเจรจาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการท่ีจะปรับตัวเพื่อรองรับผลการเจรจาล่วงหน้า WTO จะมีบทบาทในเรื่องนี้ได้หรือไม่เพียงใดเป็นเรื่องที่น่าจะคิดไว้ล่วงหน้า
 
            เท่าที่กล่าวมานี้มิได้หมายความว่า การเจรจารอบโดฮามิได้มีประโยชน์คุ้มค่าที่เจรจากันมาเป็นเวลาร่วม 10 ปี เพราะสิ่งหนึ่งที่การเจรจารอบโดฮาหรือ WTO สามารถให้ได้มากกว่า FTA คือการค้าสินค้าเกษตร ซึ่งการเจรจารอบโดฮาพยายามให้มีการเปิดโควต้าให้กว้างขึ้น พร้อมทั้งลดการอุดหนุนการผลิต และการอุดหนุนการส่งออก ซึ่งสองประเด็นหลังนี้ไม่สามารถเจรจาในกรอบ FTA ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของการกำหนดหลักเกณฑ์ กติการะหว่างประเทศ ในประเด็นนี้เราก็จะต้องมีการเตรียมพร้อมในด้านนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่จะมีการตกลงกัน นอกเหนือจากการเตรียมการด้านการสนับสนุนการผลิตและการส่งออก เพื่อแสวงประโยชน์จากตลาดที่จะเปิดกว้างขึ้น
 
            วงเสวนามีความเห็นว่ากลยุทธทางการตลาดควรเน้นทางด้านคุณภาพมากกว่าด้านปริมาณ เพราะเราไม่ใช่ประเทศต้นทุนตำ่ และไม่ควรคงสภาพการเป็นประเทศต้นทุนตำ่อีกต่อไป ในอดีตเราเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต แต่ในอนาคตเราควรพัฒนาไปสู่การผลิตเพื่อมูลค่าเพิ่ม นอกจากนั้นปัญหาด้านมาตรฐานสินค้า ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านความมั่นคง รวมทั้งด้านสวัสดิภาพแรงงาน ก็รุมเร้าเข้ามา ทำให้เราต้องปรับตัวไปสู่การผลิตที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น แม้การผลิตภาคเกษตร เช่นการปลูกข้าว ต่อไปก็จะต้องมีบริบททางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น เช่นเราไม่เคยคำนวณว่าใช้นำ้เท่าไร ใช้ดินเท่าไร ใช้ปุ๋ยเคมียาฆ่าแมลงเท่าไร ปล่อยสารพิษออกมาเท่าไร อาจมีต้นทุนสิ่งแวดล้อมซ่อนอยู่มาก ซึ่งรัฐต้องเข้ามาดูแล ดังนั้นในระหว่าที่ผู้เจรจากำลังเตรียมการหาข้อยุติในการเจรจา อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องทำงานหนักกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพื่อเตรียมตัวรับผลจากการเจรจา โดยต้องมองออกไปให้ไกลกว่ารอบโดฮา ที่สำคัญคือการดำเนินการนี้ต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชน ซึ่งรวมถึงภาคเกษตร
 
4 มกราคม 2554
 
Bookmark and Share
 
Unsubscribe from Newsletter
Email
   
พลังหนุนเอสเอ็มอี (2)
พลังหนุนเอสเอ็มอี (1)
บทบาทใหม่อีเรีย (1)
7 เดือน 7 เรื่อง(1)
7 เดือน 7 เรื่อง(2)
Thai Rising?
ASEAN Rising
OECD ของอาเซียน (2)
OECD ของอาเซียน (1)
เคมีภัณฑ์ (2)
เคมีภัณฑ์ (1)
ราคายางตก ยางออก (2)
ราคายางตก ยางออก (1)
การเเข่งขันอุตฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า
10 ห่วง จีเอ็มเอส
อย่าคิดแค่
อาเซียนในเอเปก
2558 แล้วไงต่อ
ความร่วมมือที่ยังท้าทาย
ขีดแข่งขันอัญมณีไทย 2
ขีดแข่งขันอัญมณีไทย
ลุ้นประโยชน์ AIIB
การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
การแข่งขันในอุตสาหกรรมยายนต์ 2
การแข่งขันในอุตสาหกรรมยายนต์ 1
ความมั่งคงด้านอาหาร
เสถียรภาพ - การแข่งขันในตลาดโลก
ความชอบธรรมของรัฐบาล
ท่องเที่ยวมีจุดขาย
ท่องเที่ยวมีราคา
คุณภาพ-แทรกเเซง
อาเซียนบนมาตรฐานโลก
GMS กับ ASEAN Connectivity
โอกาสทองที่จีเอ็มเอส
บันเทิง- บันได-บรรลุ
ถักทอเส้นฝ้ายไหมงามสู่เออีซี
เรื่องที่รัฐลืมมอง
เปิดเสรีไม่ใช่ขายชาติ
เมื่อตะวันตกมองอาเซียน (จบ)
เมื่อตะวันตกมองอาเซียน(1)
หนุนภาครัฐเจรจาการค้าเน้นคลุมทุกมิติ
ก้าวใหญ่กว่า AEC ก้าวสู่ RCEP (จบ)
ก้าวใหญ่กว่า AEC ก้าวสู่ RCEP (1)
ึความเร็วสูงระยะยาว (จบ)
ความเร็วสูง.......ระยะยาว
"ซิงเกิล วินโดว์" โอกาสของธุรกิจส่งออก
โลจิสติกส์กับโอกาส
เสรีอย่างไร?
เปิดเสรีสาธารณสุขเป็นอย่างไร
เปิดเสรี
เอเปคกับเส้นทางสู่ Free Trade Area of the Asia-Pacific (FTAAP)
Thriving in the Age of Paradox
The Germination of Asian Financial Security
รอวิกฤติก่อน
บทสุดท้ายเริ่มที่ AEC
ใหญ่เล็กไม่สำคัญ
ประเทศไทยขาดอาหาร
AEC เริ่มต้นเมื่อวานนี้
สงครามโลกครั้งที่ 4
เขตการค้าเสรีเอเปก....ไทยยืนอยูที่ไหน
โลจิสติกส์ไทยในอาเซียน
มองข้ามชอต....หลังโดฮา
ถ้าการเจรจาโดฮาจบลงได้ไทยจะได้อะไร
"โดฮา" เมื่อไรจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ราคาย
อย่าคิดแค่ "อยู่ตรงกลา
Introducing help Video
'Live' on YouTube
          Facebook     YouTube     flickr