IN THE PRESS

Date : 10 December 2010

 

"โดฮา"  เมื่อไรจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
โดย
อ. อภิรดี  ตันตราภรณ์
ประธานบริหารสถาบันเอเชีย-แปซิฟิกศึกษา
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
 

           วันนี้ขอหันมาคุยเรื่อง"โดฮา" สักหน่อยเพราะเมื่อสุดสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านไป คือเมื่อวันที่10-12 ธันวาคมได้รับเชิญจากกระทรวงการต่างประเทศและการค้า ออสเตรเลียให้ไปเข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมเรื่อง "การเปิดเสรีการค้าบริการ" ที่เมืองซิดนีย์การประชุมนี้จัดโดยรัฐบาลออสเตรเลียร่วมกับสถาบันคอร์เดล ฮัลซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองเรื่องนโยบายการค้าระหว่างประเทศทำงานด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศมาร่วม 4 ทศวรรษและเคยมีบทบาทสนับสนุนการเจรจารอบโตเกียวและรอบอุรุกวัยมาแล้วอย่างต่อเนื่อง

 
          "โดฮา" ที่จะคุยในวันนี้ ไม่ใช่เมืองโดฮาที่คนไทยชอบไปช็อปปิ้งกันแต่เป็นเรื่องการเจรจาขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ซึ่งได้เปิดการเจรจากันที่เมืองโดฮา ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงวันนี้ ก็ใช้เวลาไปแล้ว 9 ปีแต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงได้ทั้งที่ผู้นำโลกได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนการเจรจาและให้คำมั่นในทุกครั้งที่มีการพบปะกันระหว่างผู้นำว่าจะร่วมกันผลักดันการเจรจานี้ให้จบลงอย่างรวดเร็วล่าสุดในการประชุม G 20 และเอเปกผู้นำก็ร่วมกันออกแถลงการณ์อีกครั้งว่าจะต้องเร่งรัดการเจรจาให้จบลงภายในปี 2554 ซึ่งกำลังจะมาถึงในไม่กี่วันนี้ แต่การเจรจานั้นไม่ใช่ว่านึกจะจบก็จบลงได้ง่ายๆคงต้องมีผลสรุปออกมาในทางที่เป็นบวกกับประเทศสมาชิกโดยทั่วหน้ากันไม่มากก็น้อยความยากก็คงจะอยู่ตรงนี้ และสถาบันคอร์เดล ฮัลก็คงจะพยายามมองในฐานะคนนอกว่าควรจะทำอย่างไรการเจรจาจึงจะจบลงได้อย่างสวยงามผู้จัดได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่มิได้เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการเจรจาโดยตรงคราวละ 25-30 คน มาระดมสมองหาทางออก เสนอข้อคิดเห็น แนวทางที่หวังว่าจะสามารถนำไปปลดล็อกการเจรจาได้โดยมีโครงการจัดการระดมสมองเช่นนี้เป็น serie การระดมสมองเรื่องการเปิดเสรีการค้าบริการเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ใน serie นี้ การประชุมครั้งแรกเป็นเรื่องประเทศกำลังพัฒนาใน WTO และในการเจรจารอบโดฮาซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่14-16 พฤษภาคมศกนี้
 
          อารัมภบทมายืดยาวขอเข้าเรื่องเสียที การเจรจารอบโดฮานั้นเป็นการเจรจาครั้งที่ 8 ของ WTO เริ่มเปิดการเจรจาตั้งแต่ปี 2543 การเจรจาแต่ละครั้งจะเรียกว่า "รอบ"เพราะใช้เวลาในการเจรจาหลายปี สาระการเจรจาครอบคลุมหัวข้อหลากหลายมากตั้งแต่เรื่องการเปิดตลาดหรือการลดภาษีสินค้าที่มิใช่สินค้าเกษตรเรื่องการเปิดตลาดสินค้าเกษตรการลดการอุดหนุนภาคเกษตรทั้งการอุดหนุนการผลิตและการอุดหนุนการส่งออกการเปิดเสรีการค้าบริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา การปรับปรุงกฎระเบียบของ WTO เช่นเรื่องการทุ่มตลาด การอุดหนุนภาคอุตสาหกรรม การอำนวยความสะดวกทางการค้า เป็นต้นลำพังหัวข้อเรื่องก็พอจะเห็นภาพการเจรจาว่าซับซ้อนเพียงใดยังมีปัจจัยที่ทำให้ซับซ้อนมากขึ้นคือการเจรจานี้มีประเทศที่เข้าร่วม 153 ประเทศ ซึ่งมีทั้งประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเช่นประชาคมยุโรป สหรัฐ จีน ญี่ปุ่นไปจนถึงประเทศกำลังพัฒนาตั้งแต่ใหญ่ไปจนเล็กเช่นอินเดีย บราซิล อาเซียน (ยกเว้นลาวซึ่งยังไม่ได้เป็นสมาชิก) อียิปต์ เปรู ชิลีเป็นต้นไปจนถึงประเทศพัฒนาน้อยที่สุดในแอฟริกาซึ่งแต่ละประเทศมีความสนใจและผลประโยชน์ที่แตกต่างกันมากปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้การเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจาที่ยากที่สุดประการหนึ่งก็คือการตัดสินใจทั้งหลายใน WTOต้องเป็นฉันทามติและการเจรจาจะถือว่าไม่ยุติจนกว่าจะสามารถหาข้อยุติได้ในทุกเรื่อง (Nothing is agreed until everything is agreed) มตินี้ใช้ได้ผลในการเจรจารอบอุรุกวัย ซึ่งเป็นการเจรจารอบที่แล้วของแกตต์ (ซึ่งกลายมาเป็น WTO ) ซึ่งใช้เวลา 7 ปีแต่ขณะนี้หลายๆคนเริ่มคิดว่ามตินี้อาจกลายเป็นอุปสรรคมากกว่าจะเป็นตัวช่วยให้เกิดความสำเร็จในการเจรจาปัญหาอีกประการหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงคือปัญหาการขาดภาวะผู้นำในหลายๆประเทศโดยเฉพาะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสหรัฐหรือประชาคมยุโรปก็มีผลทำให้การเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจาเพื่อป้องกันตัวเองมากกว่าจะเป็นการเจรจาในเชิงรุกและขาดแรงผลักดันที่สำคัญให้การเจรจาประสบความสำเร็จ
 
          ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะหา"แนวทางใหม่"ในการเจรจาพหุภาคีซึ่งในการระดมสมองครั้งนี้ได้หยิบยกเรื่องการค้าบริการขึ้นมาหารือกันก่อน เพราะใน 9 ปีที่ได้เจรจากันมา การเจรจามักจะเน้นไปที่สินค้าเกษตรและเรื่องการเปิดตลาดสินค้าอื่นที่มิใช่สินค้าเกษตรสาเหตุเพราะสินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองสูงในทุกประเทศดังนั้นผู้เจรจาและผู้นำจึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากและส่วนใหญ่มักเจรจาโดยปกป้องนโยบายระดับประเทศมากกว่าที่จะเจรจาเพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรมส่วนเรื่องการเปิดตลาดสินค้าอื่นๆนั้นก็เป็นเรื่องที่ประเทศพัฒนาแล้วซึ่งมีระดับภาษีเฉลี่ยค่อนข้างต่ำพยายามกดดันให้ประเทศกำลังพัฒนาลดภาษีลงให้มากรวมทั้งให้ประเทศเหล่านี้ผูกพัน (Bind) อัตราภาษีในอัตราที่ลดลงแล้วเพราะประเทศกำลังพัฒนามักจะถือเป็นนโยบายที่จะผูกพันอัตราภาษีไว้ในระดับที่สูงกว่าอัตราที่จะลดเพื่อให้มีความยืดหยุ่นที่จะเปลี่ยนแปลงอัตรภาษีได้ในอนาคตหากมีความจำเป็น
 
          การประชุมระดมสมองที่ซิดนีย์สรุปความเห็นว่า เรื่องการค้าบริการมีความพิเศษในตัวเองตรงที่การเจรจาเปิดตลาดเป็นการเจรจาเพื่อปรับกฎระเบียบในการกำกับดูแลของแต่ละประเทศเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันจากต่างประเทศมากขึ้น จึงสามารถเจรจาเป็นสาขาได้ประเทศที่สนใจตั้งแต่ 2 ประเทศขึ้นไปสามารถเริ่มการเจรจาได้โดยไม่ต้องมีประเทศสมาชิกครบทุกประเทศ (plulilateral approach) แต่เมื่อเจรจาเสร็จจะต้องขยายผลให้แก่สมาชิกทุกประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้นวิธีการนี้มีข้อดีคือการบริหารการเจรจาง่ายขึ้น เพราะการพูดกับคน 10-20 คนย่อมง่ายกว่าการพูดกับคน 100 คน โดยเฉพาะหากคน100 คนนั้นไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องโดยตรง แต่สามารถตีรวนดึงรั้งการเจรจาได้หากไม่สบอารมณ์ด้วยประการใดก็ตามและประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมก็จะได้รับผลประโยชน์จากการปรับแก้ไขหรือผ่อนคลายกฎระเบียบนั้นๆไปด้วยโดยไม่ต้องแก้ไขกฎระเบียบภายในประเทศเป็นการตอบแทนทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับว่าตนมีความสามารถในการส่งออกบริการนั้นไปยังต่างประเทศได้หรือไม่ในการนี้สาขาบริการที่จะเจรจาคงจะมีการรวบรวมให้เป็นกลุ่ม ( cluster) เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ข้ามสาขาได้ ในที่ประชุมได้มีการกล่าวถึงสาขาที่น่าจะเป็นจุดเริ่มได้เช่นสาขาโลจิสติกส์การค้า สาขาการท่องเที่ยว เป็นต้นที่น่าสนใจคือสหรัฐซึ่งเคยเป็นประเทศที่คัดค้านการเคลื่อนย้ายบุคลากรอย่างแข็งขันได้มีความเห็นว่าสหรัฐเองก็น่าจะได้ประโยชน์จากการเปิดให้มีการเคลื่อนย้ายบุคลากรได้เช่นเดียวกันทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจในประเทศก็เป็นได้
 
          หากการเป็นไปเช่นนี้เรื่องการค้าบริการก็ดูเหมือนจะมีทางออกส่วนเรื่องเกษตรซึ่งเดิมทีดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องยากที่สุดขณะนี้เนื่องจากแต่ละประเทศก็มีความอ่อนไหวต่างๆกันตามที่กล่าวมาแล้วและมีท่าทีการเจรจาเชิงรับมากกว่าเชิงรุกการลดการอุดหนุนและการเปิดตลาดก็คงจะพยายามเจรจาหาสูตรที่ทำให้ทุกฝ่ายยอมรับกันได้และให้มีการเจรจาต่อไปในอนาคตหลังปิดรอบโดฮาเรื่องที่ยากจึงอาจกลายเป็นเรื่องการเปิดตลาดสินค้าอื่นที่ไม่ใช่สินค้าเกษตรเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศกำลังพัฒนาเป็นจำนวนมากและความแตกต่างในระดับการพัฒนาก็สูงมากตั้งแต่เกาหลีใต้ สิงค์โปร์ อินเดีย บราซิลไปจนถึงกัมพูชา เคนยา ซิมบับเวเป็นต้น การเจรจาสูตรสำหรับการลดภาษีและการผูกพันจึงซับซ้อนเป็นเงาตามตัวประกอบกับสหรัฐเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องนี้และเรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาต้องลดภาษีให้ตนที่จะยกเว้นให้ก็อาจมีเพียงประเทศพัฒนาน้อยที่สุดเท่านั้นซึ่งก็จะได้รับประโยชน์จากโครงการ "ลดทุกอย่างนอกจากอาวุธ" อยู่แล้วดังนั้นเรื่องนี้จึงอาจกลายเป็นจุดสกัดความคืบหน้าในความพยายามปิดรอบโดฮาก็เป็นได้
 
          หากเป้าหมายการปิดรอบการเจรจาคือปี2554 ตามที่ผู้นำได้ประกาศไว้ การเจรจาโดยเฉพาะใน 3 เรื่องที่เป็นกุญแจสำคัญควรจะบรรลุผลภายในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าหรืออย่างช้าไม่เกินกลางปี เพราะหลังจากการตกลงสูตรต่างๆและหลักเกณท์ต่างๆได้แล้วยังมีงานที่เจ้าหน้าที่จะต้องแปลงสิ่งที่ได้ตกลงให้ออกมาเป็นตารางรายละเอียดและทำให้เป็นความตกลงตามกฏหมาย จึงเห็นได้ว่ายังมีงานรออยู่อีกมากทีเดียวแต่ขณะนี้สมาชิกอยู่ในอารมณ์ที่ต้องการจะปิดรอบการเจรจาเสียทีดังนั้นจึงนับว่าเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่การเจรจารอบโดฮาจะสามารถจบลงได้แม้ว่าจะจบเพื่อเจรจาต่อก็ตาม หลายคนยังมีความเห็นว่าหากไม่จบลงในปีหน้าสหรัฐก็จะเข้าสู่ปีการเลือกตั้งในปี 2555 ซึงทุกคนทราบว่าสหรัฐจะไม่สามารถเจรจาอะไรได้เลยซึ่งก็เท่ากับว่าจะเสียเวลาไปอีกจนถึงปี 2556 ซึงหากเป็นเช่นนั้น WTO ในฐานะองค์การเพื่อกำกับดูแลการค้าโลกเป็นสถาบันเพื่อป้องกันและระงับข้อพิพาททางการค้าและส่งเสริมสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ จะสูญเสียความน่าเชื่อถือทั้งหมดไปประเทศสมาชิกจะยอมได้หรือไม่ หากยอมไม่ได้จะทำอย่างไรเพื่อรักษาสถานภาพของ WTO เอาไว้ให้ได้ ช่วงเวลานี้จึงนับว่ามีความสำคัญยิ่งและสมาชิกจะสามารถฉกฉวยโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่

 

Bookmark and Share
 
Unsubscribe from Newsletter
Email
   
พลังหนุนเอสเอ็มอี (2)
พลังหนุนเอสเอ็มอี (1)
บทบาทใหม่อีเรีย (1)
7 เดือน 7 เรื่อง(1)
7 เดือน 7 เรื่อง(2)
Thai Rising?
ASEAN Rising
OECD ของอาเซียน (2)
OECD ของอาเซียน (1)
เคมีภัณฑ์ (2)
เคมีภัณฑ์ (1)
ราคายางตก ยางออก (2)
ราคายางตก ยางออก (1)
การเเข่งขันอุตฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า
10 ห่วง จีเอ็มเอส
อย่าคิดแค่
อาเซียนในเอเปก
2558 แล้วไงต่อ
ความร่วมมือที่ยังท้าทาย
ขีดแข่งขันอัญมณีไทย 2
ขีดแข่งขันอัญมณีไทย
ลุ้นประโยชน์ AIIB
การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
การแข่งขันในอุตสาหกรรมยายนต์ 2
การแข่งขันในอุตสาหกรรมยายนต์ 1
ความมั่งคงด้านอาหาร
เสถียรภาพ - การแข่งขันในตลาดโลก
ความชอบธรรมของรัฐบาล
ท่องเที่ยวมีจุดขาย
ท่องเที่ยวมีราคา
คุณภาพ-แทรกเเซง
อาเซียนบนมาตรฐานโลก
GMS กับ ASEAN Connectivity
โอกาสทองที่จีเอ็มเอส
บันเทิง- บันได-บรรลุ
ถักทอเส้นฝ้ายไหมงามสู่เออีซี
เรื่องที่รัฐลืมมอง
เปิดเสรีไม่ใช่ขายชาติ
เมื่อตะวันตกมองอาเซียน (จบ)
เมื่อตะวันตกมองอาเซียน(1)
หนุนภาครัฐเจรจาการค้าเน้นคลุมทุกมิติ
ก้าวใหญ่กว่า AEC ก้าวสู่ RCEP (จบ)
ก้าวใหญ่กว่า AEC ก้าวสู่ RCEP (1)
ึความเร็วสูงระยะยาว (จบ)
ความเร็วสูง.......ระยะยาว
"ซิงเกิล วินโดว์" โอกาสของธุรกิจส่งออก
โลจิสติกส์กับโอกาส
เสรีอย่างไร?
เปิดเสรีสาธารณสุขเป็นอย่างไร
เปิดเสรี
เอเปคกับเส้นทางสู่ Free Trade Area of the Asia-Pacific (FTAAP)
Thriving in the Age of Paradox
The Germination of Asian Financial Security
รอวิกฤติก่อน
บทสุดท้ายเริ่มที่ AEC
ใหญ่เล็กไม่สำคัญ
ประเทศไทยขาดอาหาร
AEC เริ่มต้นเมื่อวานนี้
สงครามโลกครั้งที่ 4
เขตการค้าเสรีเอเปก....ไทยยืนอยูที่ไหน
โลจิสติกส์ไทยในอาเซียน
มองข้ามชอต....หลังโดฮา
ถ้าการเจรจาโดฮาจบลงได้ไทยจะได้อะไร
"โดฮา" เมื่อไรจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ราคาย
อย่าคิดแค่ "อยู่ตรงกลา
Introducing help Video
'Live' on YouTube
          Facebook     YouTube     flickr