ดุสิต นนทะนาคร

 

ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

              

 

          การเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์และการทำธุรกิจที่เกิดขึ้น ทำให้ไทยต้องมีการปรับตัว ไม่สามารถดำเนินธุรกิจในแบบเดิมได้

 
 แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างญี่ปุ่น ยังประเมินแล้วว่า อาเซียนน่าสนใจ แม้ว่าอาจจะสนใจประเทศไทยไม่มากนัก เพราะประเทศของเรายังคงมีปัญหาภายใน
 
ประเทศอื่นๆอีก 9 ประเทศในอาเซียนก็คิดแบบเรา และได้เริ่มบุกเบิกเข้าไปทำธุรกิจในประเทศอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย มีการลงทุนในด้านต่างทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เว้นแม้แต่อินโดนีซีย ที่แม้จะเดินช้า แต่มีข้อได้เปรียบพลังที่จำนวนประชากรที่มีถึง 200 ล้านคน ส่วนประเทศไทยมีประชากร 63 ล้านคน ถ้าไม่เดินไปข้างหน้าก็จะถูกกลืน
 
นักธุรกิจไทยตอนนี้ไม่มีทางเลือก ต้องพยายามเฝ้าดูประเทศอื่นๆ ว่าเขาเป็นอย่างไร เพราะเมื่อเปิดการค้าเสรี เราต้องรู้ความต้องการของชาติอื่นๆ เพราะทุกวันนี้ประเทศอื่นๆรู้ความต้องการของเราแล้ว และรู้ว่าอีก 4-5 ปี ข้าสงหน้าควรจะดำเนินการอย่างไร เปิดตลาดอะไร การเคลื่อนย้ายการลงทุน เงินทอง ทักษะของคนที่มีความสามารถจะไปได้ง่ายกว่า
 
วันนี้นักธุรกิจของเราทราบหรือไม่ว่า ฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย และเวียดนาม กำลังทำอะไร ไปถึงไหนแล้ว ควรจะต้องตอบคำถามได้ภายในปีนี้ อย่างช้าภายในปีหน้า และต้องพร้อมนำสินค้าเข้าไปขายได้ เพราะการนำสินค้าไปขายต่างประเทศไม่ได้ง่ายเหมือนกับการขายภายในประเทศ ต้องทราบกฎหมาย และการกีดกันทางการค้า สินค้าของมาเลเซียเริ่มเข้ามาขาย เริ่มเข้ามาทดสอบตลาดในไทยแล้ว แต่ไทยอาจจะยังไม่รู้ตัว
 
ถ้าในปี 2558 เมื่อเปิดเสรีแล้ว ถ้าเรายังไม่พร้อม ยังไม่รู้วิธีว่า เราจะไปทำธุรกิจในประเทศอื่นได้อย่างไร ไม่ได้ เพราะการค้าเสรีคนอื่นก็อาจเข้ามา  ถ้าไม่มีความพร้อมสินค้าอาจถูกทดแทนด้วยสินค้าอื่นๆ ที่มีต้นทุนการผลิตถูกกว่า ไม่สามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ได้
 
 
ขณะนี้สิ่งที่นักธุรกิจต้องทำ คือ ศึกษาว่า สินค้า หรือธุรกิจ ที่ทำอยู่ เราเก่งที่สุดในประเทศหรือไม่ ถ้าใช่ สินค้าหรือธุรกิจนั้นอาจจะยังอยู่ในตลาด แต่ต้องเตรียมตัวว่าเก่งที่สุดในอาเซียด้วยหรือไม่ ต้องไปศึกษาประเทศอื่น ว่ามีสินค้าอะไรที่คล้ายคลึงกับสินค้าของเรา และต้นทุนการผลิตเป็นอย่างไร ถ้าต่ำกว่าเราก็ต้องศึกษาว่าเป็นเพราะอะไร ไปเปรียบเทียบกับคนเก่งเพื่อจะเก่งตาม
 
จากวันนี้ มีเวลาประมาณ 3-4 ปี เป็นโอกาสปรับตัวเอง ให้เป็นคนที่เก่งที่สุดในวันข้างหน้า เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด และขยายตลาดไปสู่ประเทศอื่นๆ ต้องมีการเตรียมตัวด้านต่างๆ
 
1 มกราคม 2558 สินค้าที่ผลิตในประเทศในอาเซียนจะไม่มีภาษีต่อกันเหมือนอยู่ที่เดียวกัน หากที่ไหนวัตถุดิบที่ถูกกว่าเรา อาจต้องมีความจำเป็นต้องมีการโยกย้ายถ่ายเท เปลี่ยนฐานการผลิต ต้องมองในลักษณะนี้  
 
ในธุรกิจขนาดเล็กต้องมีการรวมตัวกัน เพื่อลดต้นทุนในการซื้อเทคโนโลยี แนวคิดต้องคิดให้แตกต่าง คิดแบบเดิมไม่ได้ ทุกคนกำลังมองประเทศไทย เพราะเราเป็นศูนย์รวมของอาเซียนเพราะทุกประเทศต้องผ่านประเทศไทย
 
1 มกราคม 2558 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป
 
 
 
    
 

Bookmark and Share
 
   
ASIA RISING
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
ธนินท์ เจียรวนนท์
พรทิวา นาคาศัย
วีระศักด์ ฟูตระกูล
ศรีรัตน์ รัษฐปานะ
มูเนะโนริ ยามาดะ
ดุสิต นนทะนาคร
ธีรพงศ์ จันศิริ
นินนาท ไชยธีรภิญโญ
ชวลิต นิ่มลออ
ฐานิศร เดชธำรง
อิสระ ว่องกุศลกิจ
อรรยา สิงห์สงบ
INSAPS Video
'Live' on YouTube
          Facebook     YouTube     flickr